อาหารการกิน
ควรรับประทาน
- ข้าวกล้อง เนื่องจากข้าวกล้องมีวิตามินอีและ บี หลายตัว ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือวิตามินบี 5 หรือแพนโทเทนิก จะช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุจมูกและอาการคัดจมูกอันเนื่องมาจากภูมิแพ้ได้
- ผักสด ควรต้องเริ่มหัดรับประทานผักตั้งแต่เด็ก ๆ โดยเริ่มจากผักที่ไม่มีกลิ่นฉุนเช่น ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว แตงกวา มะเขือเทศ เนื่องจากผักสดมีวิตามินซี ที่จะช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพในการขจัดการอักเสบมากขึ้นและทำให้อาการภูมิแพ้ลดลง นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวเก่งอีกด้วย
- ผลไม้ ผลไม้ที่มีรสออกฝาดถึงเปรี้ยวจะมีวิตามินซีสูง เช่นมะขามป้อม แต่ถ้าลูกไม่คุ้นกับผลไม้อื่นก็ใช้ผลไม้ทั่วไปก่อนเช่นส้ม ฝรั่ง องุ่น มะละกอ เช่นถ้าเป็นเด็กเล็กให้ดื่มน้ำแครอท หรือน้ำมะละกอคั้นวันละ 1 แก้ว หรือกินผลไม้วันละ 1 จานขนาดกลางก็พอ แต่สิ่งที่ควรเน้นคือความสด เช่นถ้าคั้นน้ำผลไม้ควรรับประทานทันที หรือภายใน 20 นาที ไม่เช่นนั้นวิตามินซีจะสลายไปก่อน คุณค่าของน้ำผลไม้แก้วนั้นก็จะลดลงไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร
- เนื้อสัตว์ รับประทานได้ตามความต้องการแต่ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป โดยเฉลี่ย ประมาณ 150-200 กรัม ต่อวันค่ะ
ควรเลี่ยง
- อาหารขยะ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาหารกรุบกรอบในซองสวย ๆ น้ำอัดลม ลูกอม ลูกกวาด เพราะทั้งหมดนี้มีสารปนเปื้อนแต่งสี แต่งกลิ่น ตลอดจนสารกันบูด สารกันเชื้อรา สารเหล่านี้จะกระตุ้นทำให้อาการของภูมิแพ้กำเริบได้
- นมวัว ในกรณีเด็กบางรายที่เคยมีอาการแพ้นมวัว ให้สงสัยว่าอาการภูมิแพ้ครั้งนี้อาจเกิดจากนมวัวอีกก็ได้ ดังนั้นควรลีกเลี่ยงนมวัว และผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิดไปก่อนและรับประทานนมถั่วเหลืองทดแทน
- ผงชูรสควรงดเด็ดขาด เพราะโซเดียมในผงชูรส ทำให้ภุมิต้านทานอ่อนแอลงได้
- อาหารทอด อาหารมัน ถ้ารับประทานมากเกินไป ความมันจะกระตุ้นให้เกิดเสมหะในทางเดินหายใจ มีผลทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลงได้
การพักผ่อน
เด็ก ๆ ไม่ควรนอนดึก เพราะการฟื้นฟูของระบบภูมิต้านทานในร่างกายจะทำงานได้ดีช่วง 3 ทุ่มถึง ตี 3 เพราะฉะนั้น ไม่ควรพลาดเวลาทองนี้ ในการฟื้นฟูภูมิต้านทาน
การออกกำลังกาย
ปกติเด็ก ๆ จะมีกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้วและมักไม่อยู่นิ่งจึงไม่ต้องห่วง ยกเว้นในเด็กที่เล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน เล่นเกม หรือทำกิจกรรมที่อยู่กับที่เป็นส่วนมาก โดยไม่มีการเคลื่อนไหวมากเท่าที่ควร จึงควรกระตุ้นให้มีการออกกำลังกายบ้าง
การรักษาภูมิแพ้ด้วยวิธีธรรมชาติต้องใจเย็น ๆ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลง และปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร แต่ถ้าทำได้แล้วจะเห็นผลในระยะยาว
วิตามินและสมุนไพรรักษาภูมิแพ้
วิตามินซี
ให้เลือกแบบชีวภาพ ที่มีกรดแอสคอร์บิกอยูรวมกับสารประกอบวิตามินซี ซึ่งได้แก่ฟลาโวนอยด์ รูติน เอสเปอริดีน ส่วนมากจะออกมาในรูปเม็ดใหญ่
- เด็กอายุ 6-9 ปี กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร
- เด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ให้เน้นผักสดผลไม้สด ถ้าไม่ได้จริง ๆ ให้แบ่งวิตามินกินครั้งละ ครึ่งเม็ด วันละ 1 ครั้ง
วิตามินบี5
กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง
เบต้าแคโรทีน
ให้เลือกแบบธรรมชาติ ซึ่งบรรจุเม็ดละ 6 มก. กินวันละ 2-3เม็ด ถ้าเป็นเด็กเล็กให้ดื่มน้ำแครอทคั้นวันละ 1 แก้วจะดีกว่า
ฟ้าทะลายโจร
ให้กิน 2 เม็ดก่อนอาหาร วันละ 2-3 ครั้งแล้วแต่อาการ สามารถใช้แทนยาปฏิชีวนะได้ในช่วงแรก แต่ถ้ามีไข้ลูงควรพาลูกไปพบแพทย์จะดีกว่าค่ะ
Health tip
วิธีแก้หวัด คัดจมูกง่ายแบบธรรมชาติ
- นำน้ำอุ่นจนเกือบร้อน มาสัก 1 กาละมัง ใส่หัวหอมแดง ผ่าซีก สัก 3-4 หัว จากนั้น อาจจะเหยาะกลิ่นยูคาลิปตัส สัก 20 หยด
- จากนั้น เอากาละมังมาวางข้างหน้าลูก ให้ไอระเหยสูดดมได้ แล้วนำผ้าขนหนูมาคลุมศีรษะ เหมือนเป็นกระโจม
- สูดไอระเหย ประมาณ 10 นาที อาการหวัด คัดจมูกจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องใช้ยา
- พอสูดไอระเหยเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งทิ้งน้ำหัวหอม อาจนำผ้าขนหนูผืนเล็ก ชุบน้ำ บิดหมาด ๆ แล้ววางบนหน้าผากลูกได้อีก ช่วยลดไข้ได้ด้วยนะคะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น